ชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน

เครือข่ายสิ่งแวดล้อมชุมชน ประเทศไทย

                  Community Environment Network Thailand

ค้นหารายชื่อชุมชน / จังหวัดที่ท่านต้องการ

Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Search in posts
Search in pages
3
September

ชุมชนบ้านป่าตึงงาม ม.3 ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน บ้านป่าตึงงาม เป็นชุมชนปกาเกอะญอที่เด่นด้วยงานจัดการระบบน้ำ ผ่านสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติมาหลายครั้ง ตั้งแต่การทำสัมปทานป่าไม้ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งรัฐบาลประกาศยุติสัมปทานทั่วประเทศ และต่อมามีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้าน ตามมาด้วยนโยบายอพยพชุมชนออกจากพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่ต้นน้ำ ปี 2538 ชาวบ้านเข้าร่วมกับเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาชุมชนดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานทำกินอยู่บนพื้นที่สูง พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ต้นน้ำ ในที่สุด คณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ให้ชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวลงทะเบียนแจ้งสิทธิทำกิน ประสบการณ์การเข้าร่วมกับ คกน. เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชาวบ้านป่าตึงงามเรียนรู้ว่า การอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ควรจะตั้งหลักทำงานอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ ชุมชนปรับตัวหันมาทำงานร่วมกับอุทยานฯ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะการจัดการป่าชุมชน การที่ในชุมชนมีทั้งผู้นับถือศาสนาพุทธและคริสต์อย่างละครึ่งหนึ่ง ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน เพราะทั้งสองฝ่ายก็ยังผูกพันกับรากฐานความเชื่อดั้งเดิม เคารพจารีตประเพณีการดูแลรักษาป่า เช่น  ในป่าอนุรักษ์เป็นบริเวณที่ชาวบ้านเชื่อว่าผีแรง จะไม่แผ้วถาง การใช้ไม้ในเขตป่าชุมชนมีระบบความเชื่อดั้งเดิมกำกับอยู่ เช่น ไม่ใช้ไม้ที่มีลักษณะต้องห้ามที่บรรพชนสั่งสอนไว้ เป็นต้น และจัดทำพื้นที่ข้อมูลรายแปลง และแนวเขตระหว่างพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง เพื่อปกป้องสิทธิและการสืบทอด จุดเด่นอีกเรื่องคือการจัดการทรัพยากรน้ำ จากเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในปี 2548 ทำให้ฝายปูนต่างๆ พังทลาย จึงประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก […]

3
September

หมู่บ้านบ้านป่าบุก ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน หมู่บ้านบ้านป่าบุก เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ใน ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน มีประชากรอาศัยอยู่ 385 คน 90 หลังคาเรือน อาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่คือการเกษตรและเย็บผ้าพื้นเมืองส่งขายตามร้านค้าและตลาดในลำพูน เมื่อ 10 กว่าปีก่อน เคยมีการระบาดของโรคไข้เลือดออกระบาดและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจในหมู่บ้าน มีชาวบ้านล้มป่วยจำนวนมาก ผู้นำชุมชนคือพ่อหลวงสนั่น สมจันทร์ มองว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีในหมู่บ้าน ทำให้เกิดการเพาะพันธุ์ของยุงลาย ขณะที่การกำจัดขยะครัวเรือนและใบไม้ใบหญ้าด้วยการเผาก็ทำให้เกิดปัญหามลภาวะทางอากาศ พ่อหลวงจึงเริ่มรณรงค์ให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม “หมู่บ้านเราเคยเป็นเจ้าของสถิติการระบาดของไข้เลือดออกสูงมากที่สุดหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัด ผมจึงเริ่มเอาจริงกับการกำจัดขยะของชุมชนและออกมาตรการห้ามเผามาตั้งแต่ปี 2549” พ่อหลวงสนั่นเล่า มาตรการรักษาความสะอาดและลดขยะของพ่อหลวงสนั่นนั้นมีต้นแบบมาจากวัดป่าบุกที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน หลังจากทำได้ 2 ปี จำนวนของผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกก็ลดลงมาเหลือแค่ 0.01% ของประชากรในหมู่บ้าน พ่อหลวงสนั่น สมจันทร์ ริเริ่มการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในหมู่บ้านเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากขยะ “เราเริ่มให้คนหันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ลดขยะจากงานบุญต่าง ๆ ทั้งที่วัดและที่บ้าน อีกทั้งยังมีการรณรงค์ให้คนในชุมชนรีไซเคิลขยะ และจำแนกขยะประเภทต่าง ๆ แล้วนำไปขาย ปี 2550 เราเปิดกองทุนหมู่บ้านโดยให้ชาวบ้านนำเงินที่ได้จากการขายขยะมาออม ถึงวันนี้เราสะสมได้เป็นล้านบาทแล้ว และดอกเบี้ยที่ได้ก็นำไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน” […]

3
September

ข้อมูลชุมชน ที่อยู่ : เลขที่ 34 หมู่ 1 บ้านต่อแพ  ต.แม่เงา  อ.ขุนยวม  จ.แม่ฮ่องสอน  58140 ประวัติความเป็นมา :   บ้านต่อแพ แต่เดิมบ้านต่อแพนี้ไม่มีชื่อ แต่มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์มาก จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะการทำนาทำสวน ต่อมาได้มีชาวต่างถิ่นเข้ามาจับจองที่ทำกิน จากหมู่บ้านอื่น จึงได้ตั้งหมู่บ้านขึ้นที่บ้านหลวง ซึ่งปัจจุบันได้แยกออกเป็นหมู่ที่ 8 หลังจากการเก็บเกี่ยวทางการเกษตรซึ่งมีผลผลิตจำนวนมากโดยเฉพาะข้าว การคมนาคมไม่สะดวกไม่มีแหล่งจำหน่าย ดังนั้นชาวบ้านจึงไปตัดไม้ไผ่มาผูกเป็นแพเพื่อบรรทุกข้าวไปขายที่เมืองยม(อำเภอแม่สะเรียง) โดยล่องแพไปตามน้ำยวม เมื่อมีการผูกแพทำแพบ่อยเข้า ก็เลยเรียกชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า บ้านต่อแพ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2465 เป็นต้นมา  ป่าชุมชนบ้านต่อแพ ตั้งอยู่ในตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นป่าชุมชนที่ไม่เคยขาดน้ำเพราะมีการรักษาป่าต้นน้ำไว้ ด้วยความเข้มแข็งของผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร ล่าสุด ป่าชุมชนบ้านต่อแพได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปี 2558 รางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน จัดโดยบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และกรมป่าไม้ เมื่อเร็วๆ นี้ ป่าชุมชนบ้านต่อแพ อยู่ห่างจากตัวอำเภอขุนยวมประมาณ 5 กิโลเมตร มีพื้นที่ป่าประมาณ 1,170 ไร่ มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบภูเขาสูงสลับกันไป ริมฝั่งแม่น้ำยวม พื้นที่ป่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นป่าดิบเขา มีพืชสมุนไพร […]

1
September

ชุมชนบ้านลองบุญลือ ต.บ้านหนุน อ.สอง จ.แพร่ ขยะล้นหมู่บ้าน นับเป็นปัญหาที่พบเจอบ่อยครั้งในชุมชนต่างๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนในชุมชนยังไม่เกิดความตระหนัก คิดว่าการจัดการขยะเป็นเรื่องขององค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล เพราะเสียค่าบริการรายเดือน หรือภาษีบำรุงท้องที่ไปแล้ว แต่สำหรับชุมชนเข้มแข็งอย่างบ้านลองลือบุญ หมู่ 8 ต.บ้านหนุน อ.สอง จ.แพร่ ผู้นำหมู่บ้านได้พยายามหาวิธีจัดการขยะ โดยรณรงค์ให้แต่ละครัวเรือนคัดแยกและกำจัดขยะด้วยตนเอง เพื่อให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด ชีพ คำพลอย ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าโครงการจัดการขยะในชุมชนบ้านลองลือบุญ เล่าว่า กว่าจะจัดการให้ลดปริมาณขยะได้ ต้องใช้เวลา เนื่องจากหมู่บ้านมีประชากร 278 ครอบครัว หรือ 732 คน สำรวจพบว่าแต่ละคนสร้างขยะเฉลี่ยวันละ 1 กิโลกรัม จึงเริ่มจากการส่งเสริมให้แต่ละบ้านคัดแยกขยะเป็น 4 ประเภท คือขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร ผัก ผลไม้ หญ้า ใบไม้ ซากพืช ซากสัตว์ มูลสัตว์ โดยส่งเสริมให้ทำเสวียนล้อมต้นไม้ เพื่อทิ้งขยะประเภทนี้ จะได้เป็นปุ๋ยบำรุงดินและพืช, ขยะรีไซเคิล จำพวกกระดาษ พลาสติก โลหะ ขวดแก้ว ให้แยกแต่ละอย่างไว้ต่างหาก […]

25
March

การบริหารจัดการป่าชายเลนชุมชนของบ้านย่าหมีนั้น โครงสร้างการบริหารแบบคณะกรรมการลอย ซึ่งไม่มีตำแหน่ง ใช้ระบบจารีตประเพณี นำมาสู่การระดมพลังชาวบ้าน ผ่านการประชุมปรึกษาหารือในมัสยิด ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งเพราะต่างคนก็ให้ความสำคัญและเคารพซึ่งกันและกัน

25
March

การจัดการพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน ชุมชนได้กำหนดแบ่งพื้นที่การใช้ประโยชน์เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ๑) พื้นที่หวงห้ามเนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ของเลียงผา สัตว์ป่าหายากชนิดต่างๆ และไม้ป่าหายาก ๒) พื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวและใช้ประโยชน์ในการเก็บหาของป่า ได้แก่ เห็ด และหน่อไม้ และ ๓)พื้นที่บริการแก่ผู้เดินทางมาศึกษาค้นคว้าและท่องเทียวเชิงนิเวศ

25
March

ชุมชนบ้านท่าพรุ-บ้านอ่าวท่าเลน ใช้กลไกการเฝ้าระวังรักษาป่าชายเลนอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะการติดตามระบบนิเวศโดยชุมชน เพื่อช่วยป้องกันการรุกล้ำของเรืออวนรุนและอวนลาก ชุมชนสามารถบริหารจัดการป่าชายเลน เพื่อเชื่อมโยงกับมิติการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชน

25
March

ชุมชนเริ่มต้นรักษาป่า โดยใช้ “ความเชื่อ” เรื่องป่าต้องห้าม ป่าผีสิง ต่อมาได้ตั้งคณะกรรมการป่าชุมชน กำหนดกฏระเบียบกติกาการใช้ประโยชน์จากป่า และดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งการลาดตระเวน จัดทำแนวกันไฟในหน้าแล้ง และเปลี่ยนชื่อเป็น “องค์กรป่าชุมชนบ้านนาผักก้าม-บ้านนาเจริญ”

25
March

ป่าชุมชนบ้านจาน มีอาณาเขตติดกับพื้นที่ของชุมชนอีก 6 หมู่บ้าน กลุ่มอนุรักษ์ฯ จึงประสานเชื่อมโยงไปสู่ชุมชนดังกล่าว ให้ช่วยดูแลรักษา เพื่อได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงทำให้ป่าชุมชนแห่งนี้ไม่มีรั้ว มีเพียงป้ายต่างๆ ที่ร่วมกันทำในหมู่สมาชิก นอกจานี้ ยังได้ปลูกฝังการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน โดยการเดินสำรวจป่าสอดแทรกการให้ความรู้และการอนุรักษ์ไปพร้อมกัน

1 2 3 12