ชุมชนบ้านป่าตึงงาม

ชุมชนบ้านป่าตึงงาม

ม.3 ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน

บ้านป่าตึงงาม เป็นชุมชนปกาเกอะญอที่เด่นด้วยงานจัดการระบบน้ำ ผ่านสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติมาหลายครั้ง ตั้งแต่การทำสัมปทานป่าไม้ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งรัฐบาลประกาศยุติสัมปทานทั่วประเทศ และต่อมามีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อาศัยและที่ทำกินของชาวบ้าน ตามมาด้วยนโยบายอพยพชุมชนออกจากพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่ต้นน้ำ
ปี 2538 ชาวบ้านเข้าร่วมกับเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาชุมชนดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานทำกินอยู่บนพื้นที่สูง พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ต้นน้ำ ในที่สุด คณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ให้ชุมชนในพื้นที่ดังกล่าวลงทะเบียนแจ้งสิทธิทำกิน
ประสบการณ์การเข้าร่วมกับ คกน. เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชาวบ้านป่าตึงงามเรียนรู้ว่า การอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ควรจะตั้งหลักทำงานอย่างไร เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ ชุมชนปรับตัวหันมาทำงานร่วมกับอุทยานฯ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะการจัดการป่าชุมชน การที่ในชุมชนมีทั้งผู้นับถือศาสนาพุทธและคริสต์อย่างละครึ่งหนึ่ง ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน เพราะทั้งสองฝ่ายก็ยังผูกพันกับรากฐานความเชื่อดั้งเดิม เคารพจารีตประเพณีการดูแลรักษาป่า เช่น  ในป่าอนุรักษ์เป็นบริเวณที่ชาวบ้านเชื่อว่าผีแรง จะไม่แผ้วถาง การใช้ไม้ในเขตป่าชุมชนมีระบบความเชื่อดั้งเดิมกำกับอยู่ เช่น ไม่ใช้ไม้ที่มีลักษณะต้องห้ามที่บรรพชนสั่งสอนไว้ เป็นต้น และจัดทำพื้นที่ข้อมูลรายแปลง และแนวเขตระหว่างพื้นที่ชุมชนใกล้เคียง เพื่อปกป้องสิทธิและการสืบทอด
จุดเด่นอีกเรื่องคือการจัดการทรัพยากรน้ำ จากเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในปี 2548 ทำให้ฝายปูนต่างๆ พังทลาย จึงประสานความร่วมมือกับองค์กรภายนอก สร้างฝายผสมผสานระหว่างฝายภูมิปัญญา (ใช้ไม้ไผ่ปักสลับไขว้ขวางลำน้ำ) ที่มีความยืดหยุ่นต่อแรงปะทะของน้ำ และทำคันดักตะกอนเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ป้องกันการกัดเซาะตลิ่งของแม่น้ำป๋าม และฝายที่ใช้องค์ความรู้จากภายนอก เป็นฝายระบบกรองธรรมชาติ 3 ชั้น (ฝายชั้นกรองหยาบ ฝายชั้นกรองละเอียด และฝายสำรองน้ำ) สำรวจเก็บตำแหน่งพิกัดของแหล่งน้ำ ฝาย เพื่อหาน้ำต้นทุน และทำระบบผันน้ำเข้าไปสู่พื้นที่เกษตร ส่งเสริมชาวบ้านใช้ระบบเกษตรน้ำหยด ในแปลงเกษตรซึ่งเป็นเทคโนโลยีปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น กล้วย ซึ่งมีรายได้มากกว่าการปลูกพืชไร่ประเภทข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (รายได้เฉลี่ยประมาณ 2,000-10,000 บาทต่อเดือน/ครัวเรือน) และติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของชุมชน
ผู้ใหญ่บ้านบ้านป่าตึงงามผลัดเปลี่ยนทุก 5 ปี เพื่อกระตุ้นสร้างพลังการทำงาน ลดการสร้างอำนาจในชุมชน ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านแต่ละรุ่นมีความสามารถ เข้มแข็ง  เป็นที่ยอมรับ และสร้างศรัทธาให้แก่ลูกบ้าน และยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นต่อไปเข้ามาทำงานที่ท้าทายกับปัญหาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากสภาพสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

 

ที่มา : เวปไซด์สถาบันลูกโลกสีเขียว

https://www.greenglobeinstitute.com/Frontend/Content?ContentID=8f9df2a6-9bee-4c7c-a467-2bc0ef2dde7e

ม.3 ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน

คลิกเพื่อขอเส้นทาง